ปัจจุบันถ้าเทียบกับในอดีตที่ผ่านมา จะเห็นว่าตลาดรถกระบะหรือที่บ้านเราเรียกว่ารถปิกอัพมีความเติบโตสูงขึ้นมาก จากสมัยก่อนที่จุดประสงค์การซื้อรถกระบะมีไว้เพื่อการบรรทุก หรือขนส่งสินค้า ที่ตัวรถเป็นเพียงกล่องห้องโดยสารต่อท้ายด้วยกระบะโล่งๆ ความสะดวกสบาย หรือระบบอะไรที่ทันสมัยแทบหาไม่เจอ แต่พอพลิกภาพมาเป็นยุคนี้ ทั้งรูปร่าง หรือฟังก์ชั่นต่างๆ เล่นเอารถเก๋งถึงกับต้องยอมแพ้ ซึ่งถ้านั่งไทม์แมชชีนย้อนไปบอกคนสมัยก่อนเมื่อสัก 40 ปีที่แล้วว่า ปัจจุบันปิกอัพคันละล้านกว่าบาทแล้ว เขาจะต้องว่า บร้า...

 

 

 

และแน่นอนว่าจุดประสงค์การซื้อรถปิกอัพของคนไทยเปลี่ยนไป ที่ตั้งใจซื้อมาขนของจริงๆ ก็จะเป็นพวกปิกอัพหัวเดี่ยวรุ่นเริ่มต้นกันชนดำอะไรประมาณนั้น แต่หากเป็นรุ่นมีแค็ปหรือ 4 ประตู ไปถามเจ้าของได้เลยว่าเคยขนอะไรที่กระบะท้ายบ้างรึยัง ก็เทรนด์มันเปลี่ยนไป รูปร่างหน้าตารถปิกอัพรุ่นใหม่ออกจะทันสมัย ดูเท่ห์ แมนๆ ยิ่งภายในห้องโดยสารอย่างกับรถเก๋งหรูๆ หรือจะเอาแนวสปอร์ตก็ยังมีให้อีกด้วย และที่สำคัญขุมพลังก็เรียกได้ว่าแต่ละค่ายแข่งกันแรง พูดได้ว่ายุคนี้ปิกอัพเขาไประดับ 200 แรงม้ากันแล้ว แถมมีรุ่นเกียร์อัตโนมัติมาให้แทบทุกเกรดอีกด้วย

 

Cherolet Silverado 1500 RST

 

ที่เกริ่นมาเสียยืดยาวนั่นคือสถานการณ์ของรถปิกอัพเมืองไทย แต่ถ้าจะพูดถึงประเทศที่นิยมรถกระบะอันดับต้นๆ ของโลก คงหนีไม่พ้นสหรัฐอเมริกาที่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รถกระบะมีบทบาทค่อนข้างมาก (คนอเมริกันเรียกว่า Truck) และเป็นตัวทำกำไรให้บริษัทรถยนต์มากกว่ารถประเภทอื่นๆ ด้วยซ้ำไป ซึ่งความแตกต่างระหว่างรถกระบะของสหรัฐอเมริกากับประเทศไทยที่เห็นได้ชัดเจนก็คือขนาด โดยรถปิกอัพในสหรัฐอเมริกามีตัวเลือกหลายขนาดมาก ไล่ไปตั้งแต่ Mini Truck หรือรถกระบะเล็ก ก็จะไซส์ประมาณกระบะที่ขายบ้านเราแหละครับ ต่อด้วยไซส์กลาง ซึ่งส่วนใหญ่จะมีตัวเลขน้ำหนักบรรทุกเป็นตัวกำหนดคร่าวๆ อย่างเช่น 1500 (น้ำหนักบรรทุก 1.5 ตัน) ต่อด้วยไซส์ใหญ่ก็จะเป็น 2500 หรือ 3500 ก็ว่าไป ไล่ไปจนถึงไซส์ใหญ่มหึมาซึ่งหลายคนอาจเคยเห็นที่ล้อหลังเป็นล้อแฝดข้างละคู่ (6ล้อ) แต่ไซส์ที่เป็นที่นิยมและขายดีที่สุดในตลาดรถกระบะอเมริกาก็คือ ไซส์กลาง 1.5 ตัน

 

Cherolet Silverado 1500 LTZ

 

 

เหตุผลว่าเพราะอะไร? ก็เพราะว่าขนาดมันพอดีกับความต้องการต่อการใช้งานทั่วไปของคนอเมริกัน และเป็นขนาดที่ใส่ออพชั่นมาค่อนข้างเยอะ เนื่องจากทางบริษัทผู้ผลิตก็รู้ดีอยู่แล้วว่าจุดประสงค์การซื้อก็เพื่อขับใช้งานทั่วไปแทบไม่ได้ขนอะไร ระบบฟังก์ชั่นสิ่งอำนวยความสะดวกสบายก็ใส่กันมาเต็มๆ เครื่องเสียงแน่นตึ้บ ระบบความปลอดภัยอัดมาแน่นๆ รูปแบบของรถก็มีให้เลือกมากมายซึ่งเป็นเหมือนกันทุกยี่ห้อคือ มีทั้งรุ่นกระบะสั้น (Short bed) กระบะยาว (Long bed) หัวเดี่ยว แค็ป 4 ประตู ตัวเตี้ย ตัวยกสูง ขับเคลื่อน 2 ล้อ ขับเคลื่อน 4 ล้อ เวอร์ชั่นนั้นเวอร์ชั่นนี้ เอาว่าถ้าคุณคิดว่ารุ่นย่อยปิกอัพเมืองไทยเยอะแล้ว ที่อเมริกามีหลากหลายกว่ามากครับ

 

Cherolet Silverado 1500 LT Trail Boss

 

และอีกสาเหตุหลักที่ทำไมคนอเมริกันถึงนิยมรถกระบะกันก็เพราะ เครื่องมันแรงมาก! ลองคิดดูง่ายๆว่า อยากได้ความแรงพอๆ กับ Camero หรือ Mustang แต่จ่ายเงินน้อยกว่า 2 เท่า ถ้าไม่เน้นรูปร่างหน้าตาสปอร์ตเอาไว้อวดหญิง แล้วกระบะรุ่นใหม่ๆ มันก็ออกจะสวย คุณเอามั้ยล่ะครับ ผมยังอยากได้เลย คราวนี้มาดูกันดีกว่าว่า ตอนนี้มีรถกระบะในพิกัดน้ำหนักบรรทุก 1.5 ตันรุ่นไหนกันบ้างที่กำลังเป็นที่นิยมในสหรัฐอเมริกา

 

Chevy Silverado 1500 

 

Chevrolet

เริ่มจาก Chevrolet แบรนด์แห่งชาติ (เขา) กันก่อนเลย รุ่นที่ขายดีจะเป็น Chevrolet Silverado 1500 โดยรุ่นล่าสุดมีการปรับหน้าตาให้ทันสมัยมากขึ้นแต่ยังคงเรือนร่างทรงเหลี่ยมและเอกลักษณ์ไฟหน้าทรงแคบแนวนอน 2 ชั้น มีทั้งเวอร์ชั่นสไตล์หรู และสปอร์ต ตัวเลือกเครื่องยนต์มีให้เลือกถึง 4 แบบคือ

 

ภายใน Silverado Chevrolet

 

- เบนซิน 2.7 ลิตร เทอร์โบ 310 แรงม้า แรงบิด 472 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด

- เบนซิน 5.3 ลิตร V8 355 แรงม้า แรงบิด 519 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด

- เบนซิน 6.2 ลิตร V8 420 แรงม้า แรงบิด 624 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

- ดีเซล 3.0 ลิตร Duramax เทอร์โบ 277 แรงม้า แรงบิด 624 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

 

 Ford F150

 

Ford

ต่อกันด้วย Ford โดยจะเป็นรุ่น F-150 ซึ่งเราคงเคยได้เห็นกันแล้วที่ไบรอั้นขับใน The Fast and The Furious ภาคแรก แต่นั่นเป็นรุ่นเก่าช่วงต้นยุคปี 2000 มาถึงวันนี้รูปทรงถูกปรับเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย แต่คิดว่าแทรนด์รูปทรงเหลี่ยมๆ น่าจะกลับมา มีมากมายหลายเวอร์ชั่น ซึ่งไฮไลท์ของกระบะ Ford คงหนีไม่พ้น Raptor ซึ่งก็มีอยู่ในสารบบของ F-150 ด้วยเช่นกัน ต่อด้วยรุ่นไฮบริดที่เป็นตัวชูโรงตอนนี้เลยก็ว่าได้ และที่สำคัญตอนนี้มี F-150 Lightning ที่เป็นกระบะ EV แล้วด้วย ถือว่าล้ำหน้าคู่แข่งไปแล้วอีกก้าว คราวนี้มาดูว่ามีขุมพลังแบบไหนให้เลือกใช้บ้าง

 

Ford F150  ภายใน

 


- เบนซิน 3.5 ลิตร Powerboost V6 Full Hybrid 430 แรงม้า แรงบิด 773 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

 

- ดีเซล 3.0 ลิตร Power Stroke® เทอร์โบ 250 แรงม้า แรงบิด 597 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

 

- เบนซิน 3.5 ลิตร EcoBoost V6 เทอร์โบ 400 แรงม้า แรงบิด 678 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมติ 10 สปีด

 

 Ford F150 XLT

 

- เบนซิน 5.0 ลิตร TI-VCT V8 400 แรงม้า แรงบิด 556 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด (ความพิเศษของเครื่องยนต์ตัวนี้คือ มีระบบ VDE: Variable Displacement Engine เมื่อขับในความเร็วต่ำ เครื่องยนต์จะตัดการทำงานเหลือแค่ 4 สูบ เพื่อการประหยัดเชื้อเพลิง)

 

- เบนซิน 2.7 ลิตร EcoBoost V6 เทอร์โบ 325 แรงม้า แรงบิด 542 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

 

 Ford F150 Raptor

 

- เบนซิน 3.5 ลิตร High-Output EcoBoost ทวินเทอร์โบ HO EcoBoost 450 แรงม้า แรงบิด 691 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด (เครื่องยนต์ตัวนี้อยู่ใน Raptor)

 

- มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว หน้า-หลัง แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน 563 แรงม้า แรงบิด 1,051 นิวตันเมตร มีโหมดการขับขี่ให้เลือกทั้ง Normal , Sport , Tow/Haul , Off-Road อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในพิกัด 4 วินาที (Ford F-150 Lightning)

 

 RAM1500

 

RAM

อีกแบรนด์อเมริกันคือ RAM ซึ่งก่อนหน้านี้อยู่ภายใต้ Dodge แต่แยกออกมาเมื่อปี 2010 โดยยังคงใช้โลโก้ร่วมกันอยู่ รถกระบะ RAM จะเน้นภาพลักษณ์ความบึกบึนเป็นหลัก ถ้าเทียบกับ 2 แบรนด์ก่อนหน้าอาจมีฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกไม่มากเท่า แต่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ซึ่งรถที่อยู่ในพิกัดยอดฮิตก็จะเป็น RAM 1500 ซึ่งตัวเลือกเครื่องยนต์อาจจะน้อยกว่า 2 ค่ายแรก แต่ก็แรงๆทั้งนั้น ประกอบไปด้วย

 

RAM1500 TRX

 

- เบนซิน 3.6 ลิตร V6 305 แรงม้า แรงบิด 365 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด

- เบนซิน 5.7 ลิตร V8 395 แรงม้า แรงบิด 556 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด

- เบนซิน 6.2 ลิตร HEMI® V8 ซูเปอร์ชาร์เจอร์ 702 แรงม้า แรงบิด 881 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด
(เครื่องยนต์ตัวนี้วางอยู่ในรุ่น RAM TRX)

 

 GMC Sierra 1500

 

GMC

กระบะอเมริกันแบรนด์สุดท้ายที่เรานำมาครั้งนี้หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตาดี เพราะจะได้เห็นเป็นรถประจำการของ FBI หรือหน่วย S.W.A.T. ในภาพยนตร์อยู่บ่อยๆ นั่นก็คือ GMC และจะบอกว่าถ้าปิดโลโก้ GMC รูปร่างของรถแทบไม่ต่างอะไรจาก Chevrolet จะต่างกันก็ที่หน้าตาเล็กน้อย ก็เพราะเขาอยู่ภายใต้เครือใหญ่เดียวกันอย่าง GM (General Motors) นั่นเอง รถปิ๊พอัพ GMC รุ่นที่อยู่ในพิกัดน้ำหนักบรรทุก 1.5 ตันนี้ใช้ชื่อรุ่นว่า GMC Sierra 1500 ทั้งภายนอกภายในเน้นความหรูหรา อุปกรณ์อำนวยความสะดวก เอนเตอร์เทนเมนท์ครบครัน ไม่มีตัวโหดดิบเหมือน Ford หรือ RAM แต่ก็พกเครื่องยนต์กำลังแรงไม่น้อยดังนี้

 

GMC Sierra 1500 ภายใน

 

- เบนซิน 2.7 ลิตร เทอร์โบ 310 แรงม้า แรงบิด 472 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด

- เบนซิน 4.3 ลิตร ECOTEC3 V6 285 แรงม้า แรงบิด 413 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

- เบนซิน 5.3 ลิตร ECOTEC V8 355 แรงม้า แรงบิด 519 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

- เบนซิน 6.2 ลิตร ECOTEC3 V8 420 แรงม้า แรงบิด 624 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

- ดีเซล 3.0 ลิตร 277 แรงม้า แรงบิด 624 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

 

GMC Sierra 1500 01

 

ซึ่งก็จะสังเกตได้ว่าเป็นเครื่องตัวเดียวกับที่อยู่ใน Chevrolet Silverado 1500 ทั้งนั้น ก็เขาอยู่บ้านเดียวกันในรถกระบะกลุ่มนี้และนอกจากกระบะของค่ายอเมริกันเจ้าของประเทศแล้ว ยังมี 2 แบรนด์จากญี่ปุ่นเข้าสู้ศึกนี้ด้วย แล้วบอกเลยว่าน่ากลัวทีเดียวเพราะมียอดขายดีไม่แพ้กัน

 

 Nissan Titan02

 

Nissan

จะว่าไปทาง Nissan ได้เข้าร่วมในกระบะไซส์นี้มาสักพักหนึ่งแล้ว แต่คงไม่โดดเด่นเท่าปัจจุบันที่ทำรูปร่างหน้าตาออกมาถูกใจคนอเมริกันไม่น้อย และที่สำคัญออพชั่น ฟังก์ชั่น สมรรถนะ ค่าตัว ทำให้คนชาตินิยมปันใจหันมาเล่นสินค้าญี่ปุ่นกันไม่น้อยเลยทีเดียว โดยรถที่ Nissan ส่งเข้าร่วมศึกนี้คือ Titan มีให้เลือกหลายรูปแบบ บางชื่อก็เหมือนกับที่ใช้ในเมืองไทย อย่างรุ่นที่ประตูหลังเป็นแค็ปก็เรียกว่า King Cab แต่ถ้าเป็นรุ่น 4 ประตูจะเรียกว่า Crew Cab แน่นอนว่ามีทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ และรุ่นยกสูงตัวโหดของ Titan ก็ใช้ชื่อว่า PRO-4X เช่นกัน

 

 ภายในห้องโดยสาร Nissan Titan 

 

ภายในห้องโดยสารจัดเต็มเหมือนยกห้องโดยสารมาจากซีดานหรูที่ขายดีในสหรัฐอเมริกาอย่าง Maxima แต่เครื่องยนต์ของ Titan มีเพียงตัวเลือกเดียวคือ เบนซิน 5.6 ลิตร Direct Injection V8 400 แรงม้า แรงบิด 560 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด รวมถึงมีทีเด็ดที่รุ่น PRO-4X ที่ปรับแต่งช่วงล่างใช้โช้คอัพ Bilstein® Off-Road Performance Shocks แหม...คิดถึง Navara เมืองไทยเลย ถ้าได้ชุดช่วงล่างแบบนี้นะ

 

 Toyota Tundra TRD PRO

 

Toyota

ปิดท้ายด้วยขุนศึกใหญ่จากญี่ปุ่นที่บุกตลาดรถยนต์ของสหรัฐอเมริกาเล่นเอาค่ายเจ้าของประเทศเป๋กันเลยทีเดียว ใช่ครับ Toyota ต้องบอกว่าที่ผ่านมา Toyota เข้าไปแย่งส่วนแบ่งในตลาดรถยนต์แทบทุกประเภทในสหรัฐอเมริกาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มซีดานขนาดกลางถึงขนาดใหญ่

 

 ภายในห้องโดยสาร Toyota Tundra 

 

แต่ในขณะเดียวกันรถกระบะจาก Toyota ก็เป็นที่ชื่นชอบของคนอเมริกันมานานหลายสิบปีขายดีมาตลอด จนมาถึงปัจจุบันที่ขนาดของรถกระบะยอดนิยมถูกขยายใหญ่ขึ้น Toyota ก็มีครบทุกขนาด แต่หากจะพูดถึงในกลุ่มที่เราพูดกันมาตั้งแต่ต้นก็ต้องเป็น Toyota Tacoma ที่เรื่องรูปร่างหน้าตาของ Tacoma ถ้าให้เปรียบก็เหมือนเด็กวัยรุ่นญี่ปุ่นที่เกิดและโตในอเมริกา มี DNA ความเป็นญี่ปุ่น แต่รูปร่างสูงใหญ่กล้ามโต ซัดกับ “จิ๊กโก๋เมกัน” ได้สบาย

 

 Toyota Tacoma TRD Off-Road

 

Toyota Tacoma มีเกรดให้เลือกค่อนข้างหลากลาย ตั้งแต่ SR , SR5 , TRD Sport , TRD Off-Road มีทั้งขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ และที่สำคัญน่าจะเป็นเจ้าเดียวที่มีเกียร์ธรรมดาให้เลือกด้วย ส่วนชื่อเรียกถ้าเป็นรุ่นประตูหลังแค็ปจะใช้ชื่อ Access Cab ถ้าเป็น 4 ประตูเรียก Double Cab เหมือนบ้านเรา เครื่องยนต์ของ Tacoma รุ่นปัจจุบันมี 2 ตัวเลือกคือ

- เบนซิน 2.7 ลิตร VVT-I 159 แรงม้า แรงบิด 244 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

- เบนซิน 3.5 ลิตร V6 Direct-Injection Atkinson Cycle 278 แรงม้า แรงบิด 359 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ส่วนเกียร์ธรรมดา 6 สปีดจะอยู่ในรุ่น TRD Sport และ TRD Off-Road

 

 Toyota Tundra01

 

ซึ่งถ้าดูจากแรงม้า-แรงบิดอาจสู้คู่แข่งไม่ได้ แต่จะได้ในเรื่องของฟังก์ชั่น และความคุ้มค่าในการใช้งาน และที่สำคัญคือความทนทาน เพราะถ้าใครเข้าใจว่ารถกระบะสัญชาติอเมริกันอึด ถึก ทน กว่ารถญี่ปุ่น คุณคิดผิดถนัดเลยครับ ส่วนทีเด็ดของ Tacoma คงอยู่ที่รุ่น TRD Off-Road ที่ใช้โช้คอัพ Bilstein แต่ถ้ายังไม่สะใจ สามารถสั่งออพชั่นของ TRD ที่เป็นชุดยก 2.5 นิ้ว ที่มากับโช้คอัพ FOX® Internal Bypass Coil-over ซึ่งตัวโช้คหลังเป็นแบบ Remote Reservoir

 

อย่างที่บอกว่า Toyota ตีตลาดรถทุกกลุ่มในสหรัฐอเมริกา ดังนั้นในกลุ่มกระบะไซส์บิ๊กบึ้ม Toyota ก็ส่ง Tundra เข้าร่วมด้วยเช่นกัน Toyota Tundra เป็นปิ๊กอัพ Full Size ที่มีศักยภาพลากจูง (Towing capacity) ได้ถึงประมาณ 4,600 กก. โดยจะมีแต่รุ่น 4 ประตู แต่ก็ยังมีความแตกต่างตรงที่ รุ่น Double Cab ประตูบานหลังจะเล็กกว่าบานหน้า และมือจับเปิดประตูบานหลังจะซ่อนอยู่ชิดรอยต่อกับกระบะ

 

ส่วนถ้าเป็นรุ่น CrewMax ประตูบานหลังจะใหญ่เกือบเท่าประตูบานหน้า มือจับเปิดประตูหลังติดตั้งบริเวณปกติ ซึ่งบอกเลยว่าปิ๊กอัพไซส์นี้ถ้าเอามาขับในกรุงเทพฯ ลำบากแน่นอน ทั้งเลนถนน และที่จอด Toyota Tundra มีเครื่องยนต์แบบเดียวคือ เบนซิน 5.7 ลิตร Aluminium i-FORCE V8 Dual VVT-I 381 แรงม้า แรงบิด 544 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด โดยรุ่น TRD PRO ปรับช่วงล่างยกขึ้นอีก 2 นิ้ว ใช้สปริง TRD + โช้คอัพ FOX® ทั้งหน้า-หลัง

 

เป็นยังไงกันบ้างครับกับกระบะบ้าพลังฝั่งอเมริกา อย่างที่บอกว่าจุดประสงค์การซื้อไปใช้ส่วนใหญ่ก็แทบไม่ได้ขนของ แต่เน้นความใหญ่ ความสะดวกสบาย เครื่องยนต์แรง เดินทางไกลสบายๆ ซึ่งข้อดีของการมีเครื่องยนต์แรงคือการขับขึ้นเขาที่ต้องใช้แรงบิดมาก และการขับทางยาวๆ ใช้รอบเครื่องต่ำๆ และที่สำคัญคือใช้ลากจูงของหนักๆ อย่างพวกเรือ หรือรถ เพราะจะหวังเอามาขับแข่งกันอย่างบ้านเราคงยาก เพราะขนาดบนฟรีเวย์ยังถูกจำกัดความเร็วไว้แค่ 70 ไมล์/ชม. (ประมาณ 113 กม./ชม.) โดนจับขึ้นมาเรื่องใหญ่ ไหนจะเสียค่าปรับ ต้องสอบใบขับขี่ใหม่ ค่าประกันรถต่อปีสูงขึ้น สารพัดครับ เรื่องนี้ถามผมได้ โดนมาแล้ว... ซึ่งพอมองกลับมาที่รถปิกอัพบ้านเราก็จะมีแนวทางคล้ายๆ กันคือ ภากนอกสวย ภายในหรู เครื่องแรง ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่ความรับผิดชอบของผู้ขับขี่แล้วครับว่าจะนำไปใช้งานถูกประเภท หรือใช้ความเร็วในที่ที่เหมาะสมหรือไม่ แต่สำหรับผม ปิกอัพไซส์เล็กอย่างบ้านเรากับแรงม้าที่มาจากโรงงานระดับ 200 แรงม้า ผมว่าเหลือเฟือต่อการใช้งานทั่วไปแล้วครับ