รอยัล เอนฟิลด์ แบรนด์รถมอเตอร์ไซค์ที่มีสายการผลิตต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก เติบโตจากการเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่โรงงานเรดดิชย์ ในสหราชอาณาจักร เมื่อปีค.ศ. 1901 (พ.ศ. 2444) มาเป็นตำนานมอเตอร์ไซค์คลาสสิกขนานแท้ที่มีเอกลักษณ์เรียบง่าย รอยัล เอนฟิลด์มุ่งมั่นเอาชนะเส้นทางสุดหฤโหดต่าง ๆ ของโลก เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำ และตำนานแห่งการขับขี่ โดยยึดหลักการออกแบบที่เรียบง่าย ด้วยความมุ่งหมายให้มอเตอร์ไซค์รอยัล เอนฟิลด์เป็นตำนานที่สง่างามเหนือกาลเวลา

 

รอยัล เอนฟิลด์ เตรียมตัวฉลอง 120 ปีแห่งเอกลักษณ์อันโดดเด่น ก้าวไปข้างหน้าอย่างไร้ขีดจำกัด และปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย เพื่อสานต่อประสบการณ์การขับขี่ที่แท้จริง การสร้างแรงบันดาลใจ การปลุกเร้าความกระตือรือร้น และการไขว้ขว้าการผจญภัยที่เริ่มมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1901 โดยในปีนี้ รอยัล เอนฟิลด์ เตรียมจัดงานทั่วโลกตลอดปี ค.ศ. 2021 (พ.ศ. 2564) เพื่อเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่ของตำนาน และความสำเร็จของการเดินทางของมอเตอร์ไซค์ร่วมกับผู้ชื่นชอบรอยัล เอนฟิลด์ และสังคมนักขับขี่ของแบรนด์

 

 

รอยัล เอนฟิลด์ คือแบรนด์รถมอเตอร์ไซค์ที่มีสายการผลิตต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก ที่แสดงให้เห็นถึงความคิดริเริ่ม การปรับตัว ความอดทน และการเป็นส่วนหนึ่งในทุกเจนเนอร์เรชัน ด้วยอุดมการณ์ซึ่งต้องการให้แบรนด์มีความยืดหยุ่น ยึดโยงผู้คน และเข้าถึงได้ รอยัล เอนฟิลด์ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์ที่เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมการขับขี่อีกด้วย

 

 

รอยัล เอนฟิลด์ เป็นแบรนด์ที่ร่ำรวยด้วยมรดกทางวัฒนธรรมข้ามขอบเขตระหว่างประเทศ รถมอเตอร์ไซค์คลาสสิกเหล่านี้ได้ผ่านการทดสอบของกาลเวลา และช่วยสร้างประวัติศาสตร์และความทรงจำในการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์มากมาย หนึ่งในตัวอย่างที่สำคัญคือ วินี่เฟร็ด เวลส์ ผู้หญิงที่เป็นตำนานรุ่นบุกเบิกแห่งวงการมอเตอร์ไซค์ของรอยัล เอนฟิลด์ ในปีค.ศ. 1950 (พ.ศ. 2493) เธอได้เดินทางด้วยรถมอเตอร์ไซค์รอยัล เอนฟิลด์ บุลเล็ต 350 ไป-กลับ เพิร์ธ-ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย รวมระยะทางกว่า 5,500 ไมล์ โดยใช้เวลาเพียง 22 วัน และอีก 2 ปีหลังจากนั้นวินี่เฟร็ด ก็เริ่มการเดินทางครั้งใหม่พร้อมกับพ่อของเธอโดยขี่มอเตอร์ไซค์วนรอบประเทศออสเตรเลียที่มีระยะทางเกือบ 10,000 ไมล์กินเวลากว่า 65 วัน ภายใต้สภาพอากาศที่ร้อนถึง 44 องศาเซลเซียส

 

 

สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รอยัล เอนฟิลด์ ไม่ถือเป็นแบรนด์น้องใหม่ เพราะรอยัล เอนฟิลด์ได้มีตัวแทนจำหน่ายอยู่ในประเทศสิงคโปร์ตั้งแต่ก่อน และหลังสงครามโลกครั้งที่สองแล้ว แบรนด์ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงทศวรรษที่ 1950 โดยมีสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด จะเห็นได้จากในปีค.ศ. 1947 (พ.ศ. 2490) ลูกค้าคนหนึ่งซึ่งเป็นนักขับขี่ผาดโผน ชื่อว่า ลาน เซน ฟุค ได้ซื้อรอยัล เอนฟิลด์ 350 ซีซี โมเดล จี จากตัวแทนจำหน่ายในสิงคโปร์ และได้ถ่ายทอดความประทับใจที่มีต่อมอเตอร์ไซค์คันนี้ว่า “ฉันไม่เคยขี่อะไรที่ดีไปกว่านี้เลย เครื่องยนต์แทบไม่มีการสั่นสะเทือนเมื่อขับด้วยความเร็วสูง มันมั่นคง และขับหักมุมได้ดี” สิ่งเหล่านี้คือคุณสมบัติที่สำคัญทั้งหมด หากคุณสนุกกับการขับรถปล่อยมือที่ความเร็ว 30 ไมล์ต่อชั่วโมง ขณะที่ยืนบนถังน้ำมัน

 

 

ตลอดระยะเวลา 120 ปี นับเป็นการเดินทางแห่งการปรับตัวที่ไม่มีวันสิ้นสุด รอยัล เอนฟิลด์ยังคงยึดมั่นในหลักการสำคัญของการสร้างรถมอเตอร์ไซค์ที่เรียบง่าย เข้าถึงได้ และให้ผู้ขับขี่มีส่วนร่วมกับมอเตอร์ไซค์ การขับขี่ผ่านสงครามโลกถึงสองครั้ง รอดจากการปิดตัวลงในปีค.ศ. 1967 (พ.ศ. 2510) และค.ศ. 1977 (พ.ศ. 2520) และขว้าชัยชนะของการขับขี่ที่ผ่านบททดสอบความทนทานของทั้งคนและเครื่องจักร ทำให้รอยัล เอนฟิลด์ ยังคงเป็นที่ต้องการมาตลอดหลายยุคหลายสมัย

 

ปัจจุบัน รอยัล เอนฟิลด์ ถือเป็นผู้นำในตลาดรถมอเตอร์ไซค์ขนาดกลาง (250-750 ซีซี) ซึ่งมุ่งมั่นที่จะเติบโต และขยายตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งและหลากหลาย ตลอดจนสร้างชุมชนสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ที่มีอยู่มากกว่า 10 ล้านคนทั่วโลก รอยัล เอนฟิลด์ ปีนี้มีอายุครบ 120 ปี แล้ว และนี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น